“ไทรอยด์เป็นพิษ” คืออะไร

“ไทรอยด์เป็นพิษ” เป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับฮอร์โมนไทรอยด์ในเลือดสูงกว่าปกติเนื่องจากต่อมไทรอยด์ทำงานมากขึ้น หรือเกิดจากร่างกายสร้างสารแอนตี้บอดี้ (antibody)ไปกระตุ้นต่อมไทรอยด์ ให้สร้างฮอร์โมนมากขึ้น หรือเกิดจากต่อมไทรอยด์อักเสบ ทำให้มีการปล่อยฮอร์โมนไทรอยด์ออกมามากกว่าปกติ หรือเกิดจากการได้รับฮอร์โมนไทรอยด์จากภายนอกเข้าสู่ร่างกายในขนาดที่มากเกินไป ซึ่งกรณีหลังนี้มักเกิดกับผู้ป่วยที่ได้รับยาฮอร์โมนไทรอยด์เพื่อรักษาภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ หรือใช้เพื่อการลดน้ำหนักตัวแบบไม่ถูกวิธี

ฮอร์โมนไทรอยด์เป็นฮอร์โมนสำคัญที่ช่วยควบคุมกระบวนการเผาผลาญและการใช้พลังงานต่างๆ ภายในร่างกาย ดังนั้นถ้าร่างกายมีระดับฮอร์โมนไทรอยด์สูงขึ้น จะทำให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญมากขึ้น เสมือนร่างกายทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้น้ำหนักตัวลดลงแม้จะรับประทานอาหารได้ปริมาณเท่าเดิม หรือน้ำหนักตัวไม่เพิ่มขึ้นแม้จะรับประทานอาหารมากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้เกิดอาการใจสั่น ชีพจรเต้นเร็ว มือสั่น หงุดหงิดง่าย ตาโปน ผมร่วง ขี้ร้อน เหงื่อออกมาก ถ่ายอุจจาระบ่อยขึ้น หรือบางครั้งอาจเกิดภาวะขาดประจำเดือน บางรายอาจสังเกตเห็นต่อมไทรอยด์ที่อยู่บริเวณลำคอด้านหน้ามีขนาดโตขึ้น หรืออาจมีอาการขาสองข้างอ่อนแรงจนถึงขั้นยกขาหรือยืนไม่ได้ สำหรับอาการขาอ่อนแรงนั้นพบได้ไม่บ่อยแต่อาจเป็นอาการแรกสุดที่เกิดขึ้นได้และมักเกิดกับเพศชายมากกว่าเพศหญิง

โรคไทรอยด์เป็นพิษสามารถรักษาด้วยการรับประทานยา ประมาณ 12-24 เดือนในกรณีของคุณปทุมวดี โสภาพรรณ ซึ่งทราบว่าเป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2548 แต่เนื่องจากเข้ารับการรักษาไม่สม่ำเสมอ จึงทำให้อาการกำเริบจนถึงขั้นเป็นพิษชนิดรุนแรง ส่งผลให้การทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายแปรปรวนอย่างมากจนเกิดอาการทางระบบประสาท สับสน เพ้อ เห็นภาพหลอน จำใครไม่ได้ รวมทั้งอาการหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอและหัวใจหยุดเต้นชั่วขณะ ซึ่งถ้าอาการเป็นมากอาจทำให้หัวใจล้มเหลวได้ นอกจากอาการดังกล่าวแล้วยังอาจพบอาการทางระบบทางเดินอาหาร ทำให้เกิดอาการดีซ่าน ตับอักเสบ ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน การควบคุมอุณหภูมิร่างกายผิดปกติ ทำให้มีไข้สูง ชัก บางรายอาจเกิดภาวะไตวายเฉียบพลันได้

โดยทั่วไปการรักษาโรคไทรอยด์เป็นพิษขึ้นอยู่กับสาเหตุของการเกิดโรคดังกล่าวข้างต้น กรณีที่เกิดจากต่อมไทรอยด์ทำงานผลิตฮอร์โมนออกมามากเกินไป มักมีอาการผิดปกติมานานหลายเดือนหรือบางครั้งอาจเป็นปี การรักษาหลักๆ ทำได้ 3 วิธี คือ

  1. การใช้ยาชนิดรับประทานเพื่อควบคุมการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ให้ปกติ
  2. การกลืนแร่รังสีไอโอดีน และ
  3. การผ่าตัดต่อมไทรอยด์

การให้ยาชนิดรับประทานเพื่อควบคุมระดับฮอร์โมนไทรอยด์เป็นวิธีที่นิยมมากที่สุด เหมาะกับผู้ป่วยอายุน้อย อาการไม่มากและเป็นมาไม่นาน หรือต่อมไทรอยด์โตไม่มาก โดยต้องรับประทานยาต่อเนื่องเป็นเวลา 12-24 เดือน ระหว่างการรักษาจะต้องมีการตรวจเลือดประเมินผลการรักษาเป็นระยะทุก 6-8 สัปดาห์ เพื่อปรับขนาดยาให้เหมาะสมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะ 6 เดือนแรกของการรักษา ส่วนการกลืนแร่รังสีไอโอดีนจะเหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการมาก ต่อมไทรอยด์โต หรือรักษาด้วยวิธีรับประทานยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีโรคอื่นๆ ร่วมด้วยเช่น โรคหัวใจ ส่วนการรักษาด้วยการผ่าตัดต่อไทรอยด์นั้น ไม่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ยกเว้นกรณีต่อมไทรอยด์มีขนาดโตมากจนกดเบียดหลอดลมหรืออวัยวะข้างเคียง

สำหรับโรคไทรอยด์เป็นพิษที่เกิดจากการอักเสบของต่อมไทรอยด์ จนทำให้มีการปล่อยฮอร์โมนไทรอยด์ออกมามากผิดปกติ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ต่อมไทรอยด์อักเสบนั้นมักเกิดตามหลังจากการติดเชื้อไวรัสระบบทางเดินหายใจ หรือการรับประทานยาบางประเภทเช่นยารักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือจากการที่ร่างกายสร้างสารแอนตี้บอดี้บางชนิดแล้วทำปฏิกิริยากับต่อมไทรอยด์จนกระทั่งต่อมไทรอยด์อักเสบ การรักษาโรคไทรอยด์จากสาเหตุต่างๆ ในกลุ่มนี้จะเป็นการรักษาตามอาการ เช่นการใช้ยาลดอาการใจสั่นถ้ามีอาการใจสั่นมาก หรือการใช้ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ สำหรับกรณีที่มีอาการปวดบริเวณต่อมไทรอยด์

แม้โรคไทรอยด์เป็นพิษจะเป็นโรคที่น่ากลัว อีกทั้งวินิจฉัยได้ไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะถ้าอาการแสดงไม่ชัดเจนเช่น ต่อมไทรอยด์ไม่โต ตาไม่โปนจนผิดสังเกต หรือบางครั้งอาการของโรคนี้อาจแฝงมากับอาการของระบบอื่นๆ เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจล้มเหลว ดีซ่าน กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือแม้แต่อาการทางจิต ซึ่งอาการเหล่านี้อาจทำให้แพทย์ไม่คิดว่าเกิดจากโรคไทรอยด์เป็นพิษ จึงทำให้การวินิจฉัยโรคนี้ยากขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตามโรคไทรอยด์เป็นพิษเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ หากได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ดังนั้นการเป็นคนช่างสังเกตและใส่ใจสุขภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เมื่อมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นควรรีบปรึกษาแพทย์ รับรองว่า “โรคไทรอยด์เป็นพิษ” ก็จะไม่ใช่โรคที่น่ากลัวอย่างที่คิดอีกต่อไป

ขอบพระคุณข้อมูลดีดีจาก :  bangkokhealth.com / ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ
ผู้เรียบเรียงบทความ นาวาอากาศตรีหญิงแพทย์หญิงสมโชดก ชาครียรัตน์
ที่ปรึกษาบทความ นายแพทย์ปราโมทย์ พัชรมณีปกรณ์ อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม