“น้ำตา” เป็นสิ่งที่ช่วยให้เยื่อบุตาและกระจกตามีความชุ่มชื้น ป้องกันเชื้อโรค ช่วยปรับสภาพของกระจกตาให้มีความเรียบ เพื่อให้แสงผ่านได้สะดวก การมองเห็นชัดเจนให้สารอาหารและออกซิเจน รวมทั้งขจัดของเสียออกจากกระจกตาปัญหาคือเมื่อน้ำตาที่ควรจะใส กลับกลายเป็นสีเลือด คำถามคือทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

น้ำตาเป็นเลือด (Haemolacria)

เป็นอาการที่พบได้น้อยมากๆ ซึ่งการศึกษาทางการแพทย์ มีเพียงการรายงานผู้ป่วยเป็นครั้งคราว นานๆครั้ง ซึ่งอาการนี้พบเกิดได้กับตาทั้ง 2 ข้างพร้อมๆกัน หรือเพียงด้านใดด้านหนึ่ง และเป็นอาการที่พบได้ในทุกเพศและทุกวัย

สาเหตุของน้ำตาเป็นเลือด มีได้หลากหลาย เช่น…

  1. การอักเสบของเยื่อบุตา ท่อน้ำตา ต่อมน้ำตา เปลือกตา สามารถทำให้เกิดเลือดไหลปะปนไปกับน้ำตาได้
  2. มีเส้นเลือดที่เยื่อบุตาโตกว่าปกติ ทั้งจากเกิดเอง หรือเกิดจากการอักเสบบ่อยๆ เช่น เป็นต้อเนื้อต้อลม หรือมีโรคที่ทำให้เส้นเลือดฝอยโตกว่าปกติ เส้นเลือดที่ตาถ้าโตมากๆพอแตกก็ทำให้เลือดไหลได้
  3. โรคหรือภาวะซีดมาก ก่อให้เลือดจางมาก จนซึมผ่านหลอดเลือด ต่อมน้ำตา ท่อน้ำตา หรือเยื่อตา ออกมาเป็นน้ำตาเลือด
  4. โรคเลือดบางชนิดที่ทำให้การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ เลือดจึงออกได้ง่ายมากในเนื้อ เยื่อและอวัยวะต่างๆ รวมทั้งการไหลออกมาปนกับน้ำตา กลายเป็นน้ำตาเลือด เช่น โรคฮีโมฟิเลีย
  5. โรคดีซ่าน ที่เกิดจากตับเสียการทำงานอย่างรุนแรง จนส่งผลให้สร้างสารช่วยการแข็งตัวของเลือดลดลงอย่างมาก เลือดจึงไหลออกได้ง่าย รวมถึงการไหลปนมาในน้ำตา
    การติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด โดยเป็นการติดเชื้อที่รุนแรงของ เยื่อตา ต่อมน้ำตา หรือของท่อน้ำตา (เช่น โรคริดสีดวงตาที่รุนแรง) ที่ส่งผลให้เกิดภาวะหลอดเลือดอักเสบ จนเลือดซึมออกมาเป็นน้ำตาได้
  6. เนื้องอกทางพันธุกรรมบางชนิดของต่อมน้ำตาหรือท่อน้ำตา ทำให้เกิดภาวะเลือดออกจากก้อนเนื้องอก
  7. มีเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ โดยไปมีอยู่ในเยื่อตา ในต่อมน้ำตา หรือในท่อน้ำตา ซึ่งสาเหตุนี้เกิดในผู้หญิงและมักเกิดน้ำตาเป็นเลือดช่วงมีประจำเดือน

ฉะนั้น หากมีอาการน้ำตาเป็นเลือดควรรีบไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุและวิธีรักษาที่ถูกจุด

ขอบพระคุณข้อมูลดีดีจาก healthandtrend